วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ระบบประสาทในตัวของสุนัข

 ความรู้สึกผิดปกติของระบบประสาทเป็นโรคที่ทำให้ผู้ที่เลี้ยงสุนัขนั้นลำบากใจในการดูแลรักษาเป็นอย่างมาก การถ่ายไม่เป็นที่หรือปัญหาทางพฤติกรรมอื่นๆอาจมากจากโรคทางระบบประสาทไม่สมดุลโยสาเหตุหลักนั้นมักจะเป็นเพราะถูกสารพิษ

            สมุนไพรต่างๆที่รวมกันช่วยบรรเทาการชักด้วยสาเหตุจากฮอร์โมนทำงานผิดปกติหรือความเครียด คือ Skullcap St.John wort, Chamomlie Poppy,Wild Oats สมุนไพรผสมสูตรนี้ช่วยฟื้นฟูสภาพระบบประสาทและทำให้สุนัขนั้นอาการชักสงบลง ไม่ว่าจะชักเพราะสาเหตุใดก็ตาม

            สมองอักเสบ การติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส การกระทบกระเทือนและความชราเป็นสาเหตุที่ทำให้สมองของสุนัขนั้นเกิดการอักเสบ และบวมขึ้นยังส่งผลไปต่อตัวของสุนัขด้วย เดินคอแข็งทื่อๆคล้ายกับกรณีเส้นเลือดในสมองแตก          
            
            อัมพาตหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากไวรัสแบคทีเรีย ติดเชื้อรา ยีสต์ เกสรดอกไม้ อาหาร สารเคมี หรือยาและอาจมีสาเหตุมาจากระบบประสาทด้วยหลังจากที่สัตวแพทย์ได้วินิจฉัยสุนัขแล้ว เราก็ควรเริ่มให้อาหารเสริมสมุนไพรและยาสกัดธรรมชาติแบบโฮมีโอพาทีสเพื่อช่วยลดอาการอักเสบ ความเจ็บปวดและการขยับตัวไม่ได้ หลังจากที่ได้ใช้กระบวนการเหล่านี้แล้ว สุนัขอาจหายจากอาการดังกล่าว ถึงแม้ว่าจะเป็นอาการเจ็บป่วยจากระบบประสาททำงานผิดปกติก็ตาม

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เลี้ยงสุนัขแบบธรรมชาติ

ธรรมชาติของสุนัขนั้นคือการอยู่รวมกันเป็นฝูงเป็นสัตว์สังคมต้องการครอบครัว ความรักและการอยู่อย่างอิสระ ซึ่งแต่ละอย่างนั้นสำคัญกับสุนัขมากเลยทีเดียว  ทั้งนี้เราควรศึกษาพฤติกรรมและนิสัยของสุนัขไว้เพื่อทำความเข้าใจและนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

สุนัขนั้นไม่ควรถูกขังหรือกักอยู่ในพื้นที่บริเวณแคบๆนานอาจทำให้อายุสั้น เกิดความเครียดและเป็นปัญหาในด้านสุขภาพและพฤติกรรมของสุนัข ดังนั้นถ้าบ้านที่สุนัขอาศัยอยู่นั้นแคบไปก็ควรจะปล่อยให้มันออกนอกบ้านเพื่อผ่อนคลายความเครียดและยังทำให้สุนัขคิดว่ามีส่วนร่วมในการป้องกันอาณาเขตถิ่นที่อยู่ในยามที่เราไม่อยู่บ้าน สิ่งที่ควรทำเมื่อเราเลี้ยงสุนัขนั้นมีอยู่หลายอย่าง เช่น การมอบความรัก ความเอาใจใส่ การดูแล ให้ที่อยู่อาศัย และสิ่งสุดท้ายที่สุนัขทุกตัวต้องการจากเจ้าของคือความทุ่มเท ทุ่มเทความรักให้กับมันไม่จำเป็นต้องรักมากมายเพียงแค่รักมันสักนิดอย่างสม่ำเสมอเท่านี้ก็เพียงพอ ทุ่มเทเอาใจใส่ในตัวมันโดยการดูแลสุขภาพให้อาหารเท่านั้น ทุ่มเทดูแลมันทั้งในยามสุขและยามทุกข์ และเราต้องปรับเปลี่ยนบางอย่างในตัวเราให้เข้ากับสุนัขของเราให้ได้ด้วยต้องคำนึงถึงหลายสิ่งหลายอย่างในเมื่อเราตัดสินใจที่จะเลี้ยงสุนัขแล้วเราก็ควรเลี้ยงมันอย่างดีที่สุด ตั้งใจเลี้ยงให้มันเติบโตไปอย่างมีความสุข ทุ่มเทความรักและความเอาใจใส่ สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้อาจทำให้ตัวเรามีความสุขไปด้วยก็เป็นได้

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ปัญหาช่องปากของสุนัขที่สามารถดูแลได้

ปัญหากลิ่นปากของสุนัข-เกิดขึ้นเพราะความสกปรกจริงอยู่ว่าฟันผุจะทำให้เกิดกลิ่นสกปรกแน่ๆแต่ที่เราพบบ่อยๆครั้งจากกลิ่นปากเกิดจากระบบย่อยอาหารในท้อง เพราะฉะนั้นถ้าเราแรปงฟันและขัดหินปูนให้สุนัขแล้ว แต่ยังมีกลิ่นปากอยู่ก็ให้มาดูที่อาหารที่สุนัขกินและใช้กระบวนการล้างพิษเข้าช่วยด้วยเพื่อขจัดปัญหากลิ่นปากให้หมดไปอย่างแน่นอน

            เจ็บ/ปวดเหงือก-เอา Hypericum ให้สุนัขก่อนจะเริ่มทำความสะอาดฟัน และถ้าเหงือกบริเวณใดที่อักเสบจะเจ็บปวดจนแทบแตะไม่ได้ ให้ใช้ Clove teething gelm หลังจากนั้นให้ใช้ Hypericum วันละสองครั้งจนกว่าเหงือกจะหายอักเสบ

            เหงือกอักเสบ-สำหรับเหงือกอักเสบ เหงือกเป็นหนองหรือติดเชื้อ ใช้ยาปฏิชีวนะจากธรรมชาติช่วยบรรเทาอาการด้วยกานผสมน้ำกลั่น 2 ออนซ์กับสารสกัด Golden seal 6 หยด เพื่อล้างปากให้สุนัขหลังอาหาร 2 ครั้ง ซึ่งจะเป็นการฆ่าเชื้อและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของช่องปาก โดยเร่งการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อเหงือก

            การป้องกันฟันผุ-ควรทำความสะอาดทุกอาทิตย์ อาหารที่ถูกโภชนาการและให้เคี้ยวของเล่นจะช่วยได้มาก แต่อย่าให้เคี้ยวหนังดิบ เพราะกลับจะทำให้ฟันเสียหายง่ายและที่สำคัญคือไปอุดตันลำไส้จนถึงตาย กระดูกขนาดเล็กหรือกระดูกอ่อนๆเช่น กระดูกไก่หรือกระดูกหมู ก็ไม่เหมาะกับการให้สุนัขแต่กระดูกใหญ่ๆเช่น กระดูกวัว จะเหมาะแก่การขบเคี้ยวมาก ซึ่งจะทำให้ไม่มีหินปูนและทำให้เหงือกสุขภาพดี
           

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การจัดกลุ่มสุนัข

สำหรับการจัดกลุ่มสุนัขที่มีมากกว่า 400 สายพันธุ์ชึ่งใช้เวลาพัฒนาสายพันธุ์มานานเกือบ 200 ปี เพื่อให้ง่ายต่อการ
นำไปใช้ประโยชน์ AmericanKennel Club (AKC) ได้จัดกลุ่มสุนัขเป็น 7 กลุ่มไว้ดังต่อไปนี้

1. Herding group เป็นสุนัขที่ใช้ในการคุมฝูงปศุสัตว์ต้อนวัวต้อนแกะให้เข้าคอก ได้แก่ สุนัขพันธุ์คอลลี่พันธุ์บอร์เดอร์ คอลี่ พันธุ์เวลคอกี้ พันธุ์โอลด์ อิงลิช ชีพด็อก พันธุ์เซตแลนด์ ชีพด็อกเป็นต้น

2. Toy group เป็นสุนัขที่มีขนาดเล็ก บางพันธุ์น้ำหนักตัวแค่ 1.5 ปอนด์ ประโยชน์คือเลี้ยงเพื่อ เป็นเพื่อนเพราะมีความน่ารัก ช่างประจบออเซาะเจ้าของ สุนัขกลุ่มนี้ได้แก่ สุนัขพันธุ์ชิวาวาพันธุ์ปั๊ก พันธุ์ยอคเชียร์ เทอร์เรีย เป็นต้น

3. Hound group เป็นสุนัขที่ใช้ไล่ล่าสัตว์ค้นหาตำแหน่ง ของกวาง หรือกระต่ายในโพรง สุนัขในกลุ่มนี้จะมีจมูกหรือสายตา ที่ดีมาก กลุ่มที่ใช้จมูกดมกลิ่นล่า เช่น สุนัขพันธุ์ดัชซุนพันธุ์บีเกิ้ล พันธุ์บลัด ฮาวนด์และยังมีกลุ่มที่ใช้สายตามองหาสัตว์ เช่น สุนัขพันธุ์อาฟกันฮาวนด์ พันธุ์ชาลูกิ เป็นต้น

4.Sporting group เป็นสุนัขที่ใช้ในเกมกีฬาล่าสัตว์เวลาที่เจ้าของออกไปยิงนกเป็ดน้ำพอยิงได้ก็จะใช้สุนัขพวกใน

กลุ่มนี้ช่วยไปคาบนกเอามาให้เขา สุนัขกลุ่มนี้ได้แก่ สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ รีทีฟเวอร์ พันธุ์โกลเดน รีทีฟเวอร์ พันธุ์พอตเตอร์ เป็นต้น

5. Working group เป็นสุนัขกลุ่มที่เราใช้ประโยชน์ในการ เฝ้ายาม ส่งข่าวสาร งานด้านตำรวจและใช้ลากเลื่อนบนหิมะได้แก่ สุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ พันธุ์โดเบอร์แมน พันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ เป็นต้น

6. Non - Sporting group เป็นสุนัขที่มีขนาดต่างกันกับที่ เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่นกับคน สุนัขกลุ่มนี้ได้แก่สุนัขพันธุ์บูลด๊อพันธุ์ดัลเมเชียล พันธุ์พูเดิ้ล พันธุ์ เชาว์ เชาว์เป็นต้น

7. Terrier group สุนัขกลุ่มนี้ได้แก่ สุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย พันธุ์ฟอกซ์เทอร์เรีย พันธุ์แอร์เดลเทอร์เรีย เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

พฤติกรรมสุนัข

พฤติกรรมสุนัขในช่วงที่อายุ 3-12 สัปดาห์
ช่วงนี้เป็นช่วงที่ลูกหมา จะมีการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมมาก เพราะเป็นช่วงที่ ลูกสุนัขเริ่มที่จะออกมานอกรัง เริ่มวิ่งได้ การเลี้ยงหมาช่วงนี้ จะเหนื่อยที่สุด เพราะ ทั้งกินเก่ง ทั้งอึเยอะ วิ่งเล่นตลอด บางที ถ้าเราไม่มีการรักษาความสะอาดที่ดีพอ ลูกหมาจะเละมาก ช่วงนี้จะเริ่มมีพฤติกรรมาทางสังคม มันจะเริ่มเล่นกันในระหว่างพี่น้อง มีการแย่งกันกิน มีการเห่าร้อง เริ่มเรียนรู้ว่า สิ่งไหนที่เป็นมิตร และสิ่งไหนที่เป็นอันตราย ลองสังเกตได้ ถ้าเราเป็นคนให้อาหาร พอถึงเวลา ลูกหมาเห็นเราก็จะวิ่งรี่เข้ามาห้อมล้อม แต่ถ้าเกิดในขณะนั้นมีการกระตุ้นทำให้เกิดเสียงดัง อาจจะมีใครมาจุดปะทัดดัง ปังใหญ่ รับรองได้ครับว่า เจ้าลูกหมาทั้งหลาย จะวิ่งหนีกัน อาจจะวิ่งเข้ามาหาเรา ซุกที่ขา หรือวิ่งหนีเข้าคอกที่เคยนอน มันจะอยู่ในนั้น จนกว่าจะมีความแน่ใจว่า ปลอดภัยจริงๆ
การสอนสุนัข ให้รู้จักระเบียบวินัย เราสามารถสอนได้ ในช่วงอายุนี้เลย เรื่องเวลาที่กินอาหาร สถานที่กินอาหาร ชนิดอาหาร เริ่มที่จุดนี้ทั้งหมด เรื่องการจัดระเบียบ การอึฉี่ ต้องพาไปในสถานที่ที่เราต้องการ โดยต้องพาไปครั้งแรกตอนเช้าตรู่ จากนั้นคือ ต้องปล่อยออกทุกครั้งหลังจากกินอาหาร และครั้งสุดท้าย คือ ก่อนนอน ถ้าทำได้อย่างนี้ เพียง 5-7 วัน ลูกหมาเราจะรู้แล้วครับ ว่า เค้าจะต้องขับถ่ายที่ไหน ช่วงอายุขนาดนี้ เป็นช่วงที่มีการคาบลูกหมา มากที่สุดด้วยครับ เราต้องเริ่มตั้งชื่อ ชื่อที่ตั้งให้หมา ควรเป็นชื่อที่ไม่เกินสองพยางค์ เป็นชื่อที่ฟังแล้วมีเสียงที่ชัดเจน ไม่เอาชื่อยาว และเสียงฮึมฮัมในคอนะครับ หมามันสับสน

 
พฤติกรรม ที่เป็นปกติมากอีกอย่างหนึ่ง ในช่วงนี้ คือ การใช้ปาก ใช้ฟันกัดคาบของ หรือมือของเรา ไม่เข้าใจว่า สุนัขในอายุขนาดนี้ จะเริ่มมีพัฒนาการ เรื่องการใช้ปากคาบของ ปากของหมาเมื่อเทียบได้กับอวัยวะของมนุษย์ คือ มือ การฝึกจับของ การฉวยของเรา ก็จะพบว่า เป็นพฤติกรรม ที่สำคัญในเด็กเหมือนกัน ถ้าหมาไม่มีพฤติกรรมอันนี้ซิครับแปลก เราจะต้องมีความอดทนนิดหน่อยครับ เดี๋ยวพฤติกรรมอันนี้จะค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ ระยะนี้ เรื่องการเคลื่อนไหว การวิ่งเล่น การกระโดด หมาจะต้องทำได้อย่างปกตินะครับ เมื่อตอนที่เราไปเลือกซื้อหมา เราต้องพาหมาที่เราจะซื้อ จูงเดิน จูงวิ่ง ลองทดสอบให้กระโดด ถ้าหมาแสดงท่าทางที่ปกติ ถึงซื้อมา ถ้าไปเลือกดู แล้วพบว่า หมาตัวที่เราจะซื้อ เดินผิดปกติ กระเผลก ขาหน้าโก่ง ขาหลังถ่าง หรือเวลาวิ่ง เอาแต่กระโดดแบบกระต่าย


พฤติกรรมของหมา ในช่วงวัยรุ่นจนถึงวัยเจริญพันธุ์
เริ่มในช่วงเวลาที่หลากหลายกันไปครับ เพราะเนื่องจาก หมามีหลายสายพันธุ์ตั้งแต่ขนาดเล็กจิ๋ว จนถึงสายพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่มาก อายุของหมาในช่วงนี้ คือ ตั้งแต่

 
5 เดือน เป็นต้นไป หมาในช่วงนี้มีพฤติกรรมอย่างไร? เรื่องที่เรามักจะพบ ในช่วงนี้ คือ เรื่องของพฤติกรรม ที่เริ่มแสดงความเป็นใหญ่ในบ้าน ถ้าเราเลี้ยงหมาหลายตัวที่มีอายุเท่าๆ กัน ในช่วงนี้มันจะเริ่มมี หมาหัวโจก สังเกตว่า ตัวไหนที่เป็นหัวโจกดูง่าย ตัวที่กินก่อน กินเยอะ กินชามข้าวของตัวอื่น เวลาเราเรียกจะรีบวิ่งมาก่อน พอมาถึงจะเอาตัวเบียดหมาตัวอื่น ให้ตกขอบไป หรือถ้าดูง่ายมากๆ คือ ตัวที่ขู่หมาตัวอื่นจนหงอนั่น มันเป็นใหญ่ที่สุด

 
พฤติกรรมที่มีอีก ในช่วงนี้ คือ การประกาศอาณาเขต หมาจะเริ่มมีพื้นที่ส่วนตัวของมัน เช่น บางตัวจะนอนที่ใต้ตู้ ไม่ยอมให้ตัวอื่นเข้ามาตรงบริเวณนี้ บางตัวอาจจะเป็นในครัว บางตัวก็ในห้องนอนเรา พฤติกรรมที่เราจะพบได้อีกในช่วงนี้ คือ การที่หมาเราขึ้นขี่ ทำท่าผสมพันธุ์กัน โดยที่ไม่ได้เป็นสัด เราจะพบว่า บางตัวทำท่าผสมพันธุ์แม้แต่ขาเรา บางตัวขึ้นขี่ผิดท่าผิดทาง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะพบได้เช่นกัน อย่าตกใจ จัดการจับให้เค้าหยุด และดุ ก็จะช่วยให้หมาสงบลงได้ครับ ที่นี้ พอเริ่มมีการพัฒนาจากหมาวัยรุ่นเข้าสู่ในวัยเจริญพันธุ์ พฤติกรรม ที่เราจะพบได้ในหมาตัวผู้ คือ การที่เริ่มยกขาฉี่ เป็นการปล่อยฉี่ออกมา ในปริมาณที่ไม่มาก จะปล่อยในตำแหน่ง เช่น เสา ขาเก้าอี้ ขาโต๊ะ ประตูบ้าน โดยส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุที่ตั้งฉากกับพื้นดินครับ ในหมาตัวเมีย เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ สิ่งที่เราสังเกตได้ คือ หมาก็จะเริ่มมีอาการเป็นสัด มีการเปลี่ยนแปลงที่อวัยวะเพศ มีเลือดไหลออกมาจากอวัยวะเพศ มีหมาตัวผู้ เริ่มเข้ามาเกาะแกะรายล้อม  หมามันพร้อมที่จะผสมพันธุ์แน่ ในช่วงนี้ หมาจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่ฟันด้วย ฟันแท้ที่แข็งแกร่งจะเริ่มขึ้น แทนที่ฟันน้ำนม จนเต็มเมื่ออายุได้ 12 เดือน ในช่วงนี้ หมาจะรู้ว่า มันเริ่มมีความแข็งแกร่ง มีอาวุธ คือ ฟันและเขี้ยว มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง หมาตัวผู้ จึงเริ่มมีพฤติกรรมความก้าวร้าวให้เห็นได้ เช่น การกัดกันระหว่างหมาตัวผู้ การที่เริ่มแสดงพฤติกรรมการกัด เพื่อปกป้องสิ่งของ หรืออาณาเขต จากคนแปลกหน้า การเห่าขู่กรรโชกเพื่อขับไล่ นี่คือ พฤติกรรมที่ต้องเป็นในสุนัขทุกตัว


วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

สุนัขดื้อมากจะจัดการอย่างไร

ในปัจจุบันผู้เลี้ยงสุนัขจำนวนมาก ที่มีความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงสุนัข แต่ในทางตรงกันข้ามก็มีผู้เลี้ยงสุนัขอีกจำนวนมากที่ ขาดความรู้ ความเข้าใจทีถูกต้องในการเลี้ยงสุนัข จึงเกิดปัญหาตามมา ทั้งความก้าวร้าว การเห่าโดยไม่มีเหตุผล แสดงพฤติกรรมเป็นจ่าฝูงหรือหัวโจกของบ้าน ยิ่งไปกว่านั้นการที่เจ้าของให้ความเอาใจใส่ และ การให้ความสนใจแก่สุนัขมากเกินไป ก็นับเป็นเหตุปัจจัยสำคัญที่ทำให้สุนัขเกิดความเข้าใจผิดในสถานะตัวเอง ทำให้มันคิดว่ามันมีสถานะที่สูงที่สุด ในบ้าน เป็นใหญ่ที่สุดในบ้าน พฤติกรรมการเป็นจ่าฝูงจึงเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้นจึงขอแนะนำข้อปฏิบัติในเปลี่ยนพฤติกรรมสุนัข

1. ควรให้ความสนใจ หรือให้ความเอาใจใส่แก่สุนัขเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
2. ควรเรียกสุนัขให้มาหา แทนการเดินเข้าไปหาสุนัข
3. ควรฝึกสอนให้สุนัขเชื่อฟังคำสั่งเบื้องต้นง่ายๆ ได้ เช่น มานี่ นั่ง หมอบ คอย
4. สุนัขจะได้กินอาหารต่อเมื่อคุณและสมาชิกในครอบครัวกินเสร็จเรียบร้อยแล้ว
5. สุนัขจะได้เล่นของเล่น ต่อเมื่อคุณอนุญาตเท่านั้น
6. สุนัขจะได้กินอาหาร ได้วิ่งเล่น เฉพาะในเวลาที่คุณกำหนดเท่านั้น
7. เจ้าของจะต้องไม่สนองตอบต่อสิ่งที่สุนัขต้องการให้คุณทำ เช่น เห่าเพื่อขออาหาร

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

หมา แมวและสัตว์เลี้ยง ไม่เครียดถ้าในกรงไม่มีก๊าซแอมโมเนียและไฮโดรเยนซัลไฟด์

หมา แมวและสัตว์เลี้ยง ไม่เครียดถ้าในกรงไม่มีก๊าซแอมโมเนียและไฮโดรเยนซัลไฟด์






สุขภาพ ของสัตว์เลี้ยงที่เรารักและห่วงแหนจะสมบูรณ์ดีได้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากเจ้าของว่ามีความเข้าอกเข้าใจ ชีวิตความเป็นอยู่ของเขามากน้อยเพียงใด สัตว์เลี้ยงตัวใดขาดการดูแลเอาใจใส่ที่ดีเค้าจะหงอยเหงาเศร้าซึมไม่มีชีวิต ชีวาและอาจจะมีอารมณ์แปรปรวน เกิดความเครียดส่งผลให้พฤติกรรม ก้าวร้าวจนเป็นอันตรายต่อเจ้าของ เด็กและเพื่อนบ้านในบริเวณใกล้เคียง

อีก สิ่งหนึ่งที่ควรดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เค้าเกิดความเครียดก็คือ ที่อยู่อาศัย ควรจะมีการดูแลรักษาให้สะอาดปราศจากกลิ่นเหม็นที่อาจส่งผลรบกวนต่อสุขภาพและ จิตใจของเค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เลี้ยงไว้โดยการขังกรงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสัตว์เลี้ยงที่พูดถึงนี้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นหมาและแมวเพียงอย่างเดียว อาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ ด้วย เช่น นก หนู กระรอก กระแต กิ้งก่า ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่มีชีวิตจิตใจเหมือนกัน มีความต้องการดูแลเอาใจใส่เช่นเดียวกัน
ต้น เหตุของปัญหาที่ทำให้เกิดก๊าซที่เป็นอันตรายและกลิ่นเหม็น จนสร้างความเครียดความรำคาญให้แก่บรรดาสัตว์เลี้ยงเหล่านี้คือแอมโมเนียและ ไฮโดรเยนซัลไฟด์ ซึ่งสาเหตุเกิดมาจากการหมักหมมบูดเน่าของเศษอาหารที่เหลือและมูลปฏิกูลของ ตัวเค้าเอง วัตถุดิบของอาหารสัตว์จะผลิตให้มีปริมาณของโปรตีนสูงซึ่งส่วนมากจะมาจากถั่ว ซึ่งมีองค์กระกอบของกำมะถันหรือซัลเฟอร์อยู่ด้วย เมื่อถูกย่อยสลายจะเกิดก๊าซไฮโดรเยนซัลไฟด์หรือก๊าซไข่เน่า เมื่อมีปริมาณที่มากขึ้นสัตว์หายใจเข้าไปจะรวมตัวกับฮีโมโกลบิลในเม็ดเลือด แดงทำให้อ๊อกซิเจนในเลือดต่ำ หายใจออก เกิดความเครียด กินอาหารได้น้อย ตายง่าย ส่วนโปรตีนในอาหารที่มีกลุ่มของอมิดนแอซิดอยู่มากจะเกิดการสลายตัวเกิด กระบวนการแอมโมนิฟิเคชั่นได้ก๊าซแอมโมเนีย ซึ่งก๊าซนี้มีความเป็นด่างจัดมีค่าพีเอชประมาณ 11 ซึ่งทำให้เกิดการระคายเคือง สัตว์เลี้ยงสูดเข้าปอดจะรบกวนระบบทางเดินหายใจ แพ้มากน้ำมูก น้ำตาไหล ไอจามรุนแรง และมักเข้าใจผิดว่าเค้าป่วยหรือเป็นหวัดและพาไปหาหมอ แต่ก็ดีได้ในระยะสั้น ๆ เท่านั้น เพราะสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากก๊าซของเสียต่างๆ ที่เป็นต้นเหตุที่แท้จริง
วิธี การแก้ไขปัญหาควรใช้หินแร่ภู่เขาไฟ ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องของการจับก๊าซพิษและกลิ่นเหม็นต่างๆ ได้ดีโดยเฉพาะ สเม็คไทต์ซึ่งมีค่าความสามารถในการจับกลิ่นอยู่ที่ 110 meq/100g.หรือจะเป็นไคลน็อพติไลไลท์จะอยู่ที่ 220 meq/100g. นำ มาคลุกผสมกับอาหารก่อนให้สัตว์กินประมาณ 1 – 2% ของน้ำหนักอาหาร เพื่อให้ช่วยลดกรดและก๊าซตั้งแต่ในกระเพาะอาหารเมื่อขับถ่ายออกมากลิ่นและ ก๊าซต่างๆ จะไม่มี และให้หว่านโรยทับผสมกับทรายแมวหรือหว่ายเดี่ยว ๆ แทนทรายแมวก็ได้ตรงบริเวณที่ยังมีกลิ่นและก๊าซพิษอยู่จะทำให้กลิ่นและก๊าซ ต่าง ๆ หมดสิ้นไป ช่วยให้สัตว์อยู่อย่างสุขสบาย ไม่เครียด สุขภาพแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย
กลิ่น และก๊าซพิษต่างๆ ซึ่งไม่มีสีไม่มีกลิ่นและเป็นสิ่งที่สร้างความรำคาญและเป็นอันตรายต่อสัตว์ เลี้ยงทั้งหลายยังมีตัวช่วยแก้ไขปัญหาและลดความรุนแรง แต่เหตการณ์หรือผลกระทบบางอย่างที่เกิดแก่มนุษย์บางครั้งมีทั้งสี มีทั้งกลิ่นและแก๊สให้เห็นอยู่เต็มตา แต่กลับไม่มิวิธีแก้ปัญหาใด ๆ
ที่มา : http://www.thaigreenagro.com/aticle.aspx?id=4292